2018 Supplyこれ以外にもDDプロパティは、そのレポートの中でこれからの住宅需要について書いているのですが、ここで参考になると思うのは、以下のようなところです。

1.今後は中央銀行の意向もあって、金融機関はいわゆる投機的購入を行う人には融資をしくなり、その結果、ゲンガムライ(竣工前の転売)目的の購入は激減していく。

2.1981年から1996年の間に生まれたいわゆるミレニアル世代の45%がこれから親元を離れて独立する。そしてその65%が自宅を購入しようと貯金をしているで、今後大きな市場になる。

3.しかし、彼らの購入予算は100万から400万バーツに集中し、500万バーツ以上の物件を購入できる人はわずか5%程度なので、デベロッパーはこの市場に照準を合わせて新規開発供給を始める。

4.ミレニアル世代が買おうとしているロケーションは、全体の36%がバンコク郊外、続いて26%が都心部周辺の新CBDとなるラチャダーピセーク、ラートプラオ、ラーマ9、そして15%がシティフリンジの住宅地、プラカノン、オンヌット、ウドムスクである。

以上、内容としては大体こんなところですが、ミレニアル世代の動向については40歳以下購入層の人気ロケーションで4回にわたり、既に詳しくレポートしているので読んでみて下さい。

ところで、この中で一番気になるのが、今後、転売目的の買いが減る、というところです。こういう投機的な買いは、今までバンコクのコンドミニアム市場を支えてきた柱の一つでもあり、これが減るというのは今後、新規で売り出されるプロジェクトの売れ行きがかなりスローになる可能性があります。

次回に続く

ถ้าเห็นว่าเรื่องนี้สนุกหรือมีประโยชน์ ช่วยกดนี้ให้หน่อยครับ

にほんブログ村 海外生活ブログ バンコク情報へ

にほんブログ村


พฤติกรรมผู้บริโภค
จากผลสํารวจความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ DDproperty Consumer Sentiment Survey ล่าสุดพบว่า ความพึงพอใจของผู้บริโภคปรับตัวลดลงจากผลสํารวจรอบที่ผ่านมาอยู่ที่ร้อยละ 57 จากร้อยละ 61 ในการสํารวจครั้งก่อนหน้า และลดลงอย่างมากจากเมื่อ 3 ปีก่อนหน้าที่ดัชนีความพึงพอใจของผู้บริโภคสูงถึงร้อยละ 68 โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่ร้อยละ 70 มองว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น และกว่าร้อยละ 61 มองว่า รัฐบาลไม่ได้ออกมาตรการใด ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนให้ผู้บริโภคสามารถซื้อ ที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น โดยผู้บริโภคร้อยละ 83 มองว่าอสังหาริมทรัพย์จะมีมูลค่าสูงขึ้น ภายใน 1-5ปี ผู้บริโภคร้อยละ 41 กําลังพิจารณาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในอีก 6 เดือน ซึ่งขยับขึ้นจากร้อยละ36 ในครึ่งปีหลัง 2560 ที่ผ่านมาทั้งนี้ แม้จะมีความต้องการว่าจะตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย แต่หากในอีก 6 เดือนข้างหน้า ราคาอสังหาริมทรัพย์ยังสูงเกินเอื้อมถึง ก็อาจซื้อไม่ได้จริง
ประเด็นที่น่าจับตามองคือ กําลังซื้อของกลุ่มมิลเลนเนียล (Millennials) หรือคนที่เกิดระหว่างปีพ.ศ. 2524-2539 โดยคนกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นตลาดใหญ่ของภาอสังหาริมทรัพย์ และจะมีการตัดสินใจซื้อบ้านในอนาคตเนื่องจากปัจจุบันชาวมิลเลนเนียลส่วนใหญ่ยังอาศัยอยู่กับพ่อแม่และมีความต้องการที่จะย้ายออกไปซื้อที่อยู่อาศัยอยู่เองถึงร้อยละ 45 และชาวมิลเลนเนียล ร้อยละ 65 มีแผนการเก็บเงินเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะมีกําลังซื้ออยู่ระหว่าง 1-4 ล้านบาท เมื่อมองจากสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว ดีเวลลอปเปอร์อาจจะต้องพิจารณาประชากรกลุ่มนี้รวมถึงในเรื่องของระดับราคามากขึ้น
ด้านระดับราคา พบว่าผู้บริโภคที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยภายใน 6 เดือน ร้อยละ 95 มี ความสามารถในการซื้อไม่เกิน 5 ล้านบาท ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกที่อยู่อาศัยอันดับ 1 ถึงร้อยละ 95 ยังคงเป็นเรื่องของทําเล โดยร้อยละ 36 ระบุทําเลที่ต้องการอันดับ 1 คือ กรุงเทพฯรอบนอก รองลงมาร้อยละ 26 เลือกทําเลโซนศูนย์กลางธุรกิจใหม่ของกรุงเทพฯ หรือ NewCBDs ได้แก่ รัชดาภิเษก, ลาดพร้าว และพระราม 9 ตามด้วย ร้อยละ 15 ระบุว่า ต้องการทําเลพระโขนง, อ่อนนุช และอุดมสุข กล่าวโดยสรุป ในช่วงที่ผ่านมา ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมองว่าอสังหาฯ ในปัจจุบันมีราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็น และภาวะเศรษฐกิจยังไม่ปรับตัวดีขึ้น จึงชะลอการซื้ออสังหาริมทรัพย์ออกไป และอยากให้รัฐบาลกําหนดเกณฑ์ราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดขายใหม่ และให้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านหลังแรก รวมถึงอยากให้รัฐควบคุมอุปทานขออสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าผลสํารวจในรอบต่อไปความพึงพอใจจะมีแนวโน้มปรับตัวลดลงหลังจากที่มาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย มีผลบังคับใช้ซึ่งทําให้ผู้บริโภคต้องวางเงินดาวน์มากขึ้น และต้องมีความพร้อมทางด้านการเงินที่มากขึ้นหากมีบ้านหลังที่สอง