DD Property Forecast 2019タイ最大の不動産ポータルサイトであるDDプロパティから2019年の市場予測が出てきましたが、下にあるようにタイ語のレポートなので、大切と思えるところだけをピックアップして訳してみます。

ただ、個人的な意見としては、DDプロパティはやや不動産業界寄りのポジショントーク的なコメントが多く、全部鵜呑みにはしない方がいいと思っていますが…。


ではまず、今年の不動産市場動向に関する彼らの予測です。

2019年の不動産市場は第1四半期までは成長が続くが、タイ中央銀行による住宅ローンに関するLTVの新ルール(中央銀行の融資規制でコンド市場はどうなる?を参照)が効力を持つ4月1日以降、変化が起こる。

すなわち、第2四半期以降、各デベロッパーはこの新ルールの規制にかからないミドルからアッパークラスのプロジェクト、金額でいえば800万バーツ以上、1,000万バーツ以下のプロジェクトを積極的に開発するようになる。

しかし、800万バーツ以下の比較的安いプロジェクトについては、タイの経済回復が芳しくないことや、減少傾向にあるとはいっても以前高水準にある
家計債務などが原因で、このクラスの住宅市場は依然低迷し、積極的な供給はされないと見込んでいる。

デベロッパーは今後、転売目的の投機的な購入でなく、実需層の購入に対して住宅ローンを出すという金融機関の方針に従って、実際の住宅需要が多い物件に絞って供給するようになる。

具体的には、コンドミニアムより実需の大きい一戸建てやタウンハウスなどの低層住宅の開発に力を入れるようになる。

さらに、バンス―駅周辺再開発やBTS新線、高速道路周辺等の郊外でも住宅の開発が行われ、老人向けの住宅開発も増加する。また、地価が高騰した都心部ではミックスユース(複合開発)が増加する。

一方、将来にわたって安定した利益を維持し、かつリスク分散するために、デベロッパーは他企業との提携やJVを増やし、新しい事業機会を模索するようになる。

また、3月24日に行われる民政移管選挙後の不透明性が市場の様子見を誘い、住宅需要と供給の両方を減少させる。その結果、不動産市場は全体として低迷する。ただし、この低迷は短期間に終わると予想する。

次回に続く

ถ้าเห็นว่าเรื่องนี้สนุกหรือมีประโยชน์ ช่วยกดนี้ให้หน่อยครับ

にほんブログ村 海外生活ブログ バンコク情報へ

にほんブログ村


แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2562

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ของปี 2561 จนถึงไตรมาส

1 ของปี 2562 ก่อนจะปรับตัวเพื่อรับมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของทาง

ธปท. ซึ่งจะบังคับใช้วันที่ 1 เมษายน 2562 ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับผู้ที่ผ่อน

ที่อยู่อาศัยพร้อมกัน 2 หลังขึ้นไป และที่อยู่อาศัยที่มีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยต้อง

วางเงินดาวน์ขั้นตํา ร้อยละ 10-30

จากมาตรการดังกล่าวคาดว่าผู้ประกอบการจะยังคงพัฒนาโครงการในตลาดระดับกลาง-บน

ราคาตั้งแต่ 8 ล้านบาทขึ้นไป เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว ส่วนตลาดระดับ

กลาง-ล่าง ราคาตำกว่า 8 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ฟื้นตัวจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และภาวะหนี้

ครัวเรือนที่แม้จะลดลงแต่ก็ยังคงอยู่ในระดับสูง ผู้ประกอบการจะเลือกพัฒนาโครงการเฉพาะ

ในพื้นที่ที่มีอุปสงค์สูง รวมทั้งหันมาพัฒนาโครงการแนวราบมากกว่าแนวสูงซึ่งเป็นกลุ่มเรียล

ดีมานด์มากกว่าซื้อเพื่อเก็งกำไร ภายใต้นโยบายของธนาคาร/สถาบันการเงินที่มีความเข้มงวด

ในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้น

นอกจากนี้ จากโครงข่ายคมนาคมทั้งสถานีกลางบางซื่อ รถไฟฟ้าสายต่าง ๆ และมอเตอร์เวย์

ทำให้การเดินทางออกสู่ชานเมือง และต่างจังหวัดทำได้สะดวกขึ้น รวมถึงการพัฒนาเขตพื้นที่

ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ของรัฐบาล ล้วนแต่เป็นปัจจัยเสริมที่จะทำให้อุปทาน

กระจายออกไปยังพื้นที่ชานเมือง ปริมณฑล และจังหวัดทางภาคตะวันออกมากขึ้น


โดยอุปทานใหม่ที่เข้าสู่ตลาดจะยังคงแข่งขันกันด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ ส่วนรูปแบบโครงการ

จะเห็นภาพการพัฒนาโครงการสำหรับผู้สูงอายุมากขึ้น ตอบรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และ

โครงการรูปแบบมิกซ์ยูส (Mixed-use) โดยเฉพาะพื้นที่ใจกลางเมือง เนื่องจากราคาที่ดิน

ปรับตัวสูงขึ้น และเป็นการสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาวให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงการ

ร่วมมือกันพัฒนาโครงการในแบบ Joint Venture ที่นำจุดเด่นของแต่ละบริษัทมาช่วยเพิ่ม

ศักยภาพให้กับโครงการ และเป็นการลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ

สิ่งที่น่าจับตาคือการเลือกตั้งที่มีกำหนดจะจัดขึ้นในปี 2562 โดยคาดว่าจะทำให้ตลาด

อสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวทั้งฝั่งอุปสงค์และอุปทาน เพื่อรอดูสถานการณ์ทางการเมืองที่

อาจเกิดความขัดแย้งหลังการเลือกตั้ง และความชัดเจนด้านนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ แต่จะ

เป็นการชะลอตัวในช่วงสั้น ๆ