Nexus Forecast年が明け、調査機関やデベロッパーが次々と今年の市場予測やビジネスプランを発表してきていますが、昨年初めの各社予想に比べると随分トーンダウンしているのがわかります。

たとえば、ネクサスプロパティ・リサーチは、下のレポートの中で2019年のコンドミニアム供給量は昨年の60,900ユニットから53,000ユニットへと13%も縮小するとの予測を立てています。

LPN(ルンピニ)は既に昨年末、2019年のコンドミニアム市場は低迷すると予想し、今年はコンドミニアムから戸建てやタウンハウスといった低層住宅に開発の中心をシフトするとアナウンスしました。

また、最近では阪急阪神不動産とJVを組むセナも市場低迷による販売不振を見越して、コンドミニアムの供給量を縮小すると発表しています。

さらに、つい昨日のニュースでは、今度は東京建物とJVを組むレイモンランドも、今後はコンドミニアム市場全体がスローダウンするとして、ホテルや健康産業等の新規分野に事業展開し、不動産開発事業自体の比重を下げていくと発表しました。

実は中古物件を改装して転売(出口編5)で紹介したZmyHomeのナタポン社長と昨年面談した際にも、彼の予想では、2019年の
住宅市場では引き続きリセール物件が需要を上回って市場に出回るため、個人の売主にとって物件売却がますます難しくなるだろうとの意見でした。

それもあって、私は先の中古物件を改装して転売(出口編6)で書いたように、状況がさらに悪くなる前に年内に自分の物件を売却した方がいいと判断して、売値を420万バーツへと大幅に下げたのですが、特に我々日本人にとってはエグジットでハンディがあるので、売却に関してマーケティングチャンネルの選択と価格設定の重要性を強調したわけです。

一方で、アメリカと中国の貿易戦争や英国のEU離脱による世界景気への波乱要因、また、軍事政権に代わり民政移管選挙によって選ばれた新政権は、これまで
軍事政権が大盤振る舞いで進めてきた新線、道路網等のインフラ整備計画を見直すのではないかともいわれています。

さらに、最近の金利上昇と新たに導入されるLTVの新ルール(中央銀行の融資規制でコンド市場はどうなる?)で住宅ローンの借り入れがますます難しくなる等、市場にとって不透明でネガティブな要因が多すぎます。

こういったことを考慮していくと、少なくとも向こう半年から1年間は今後のコンドミニアム市場動向は読めないし、むしろ悪い方向に向かう可能性の方が高いこともあり、今は「待つも相場なり」と決め込んで、少なくとも新規プレビルドには手を出さない方が得策であり、逆に売却できなくて困っている売主からリセール物件を底値買いできるチャンスでもあると思うのです。

ถ้าเห็นว่าเรื่องนี้สนุกหรือมีประโยชน์ ช่วยกดนี้ให้หน่อยครับ

にほんブログ村 海外生活ブログ バンコク情報へ

にほんブログ村

ตลาดคอนโดมิเนียม

นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (Mrs. Nalinrat Chareonsuphong, Managing Director of Nexus Property Marketing Company Limited)  เผยว่า ปี 2561 ยังคงเป็นปีที่มีอุปทานของคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นในตลาดในจำนวนที่ค่อนข้างสูง จากทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย โดยมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นใหม่ 60,900 หน่วย จาก 138 โครงการ ซึ่งทำให้คอนโดมิเนียมมีหน่วยสะสมทั้งสิ้น 610,900 หน่วย ทำเลที่นิยมในการพัฒนาโครงการอันดับหนึ่งยังคงเป็นพญาไท รัชดา และ พหลโยธิน (21,100 หน่วย, 35%) ตามมาด้วย พระโขนง สวนหลวง (13,500 หน่วย, 22%) และ ธนบุรี เพชรเกษม (8,500 หน่วย, 14%) ตามลำดับ และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาทั้ง 3 ทำเลนี้ก็มีอัตราการเพิ่มของอุปทานมากที่สุดโดยมากกว่า 65-70% เลยทีเดียว ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากกระแสการอยู่อาศัยคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่มีมาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง และในทำเลเหล่านี้ก็ยังคงหาที่ดินที่จะพัฒนาได้มากกว่าทำเลที่อยู่ในใจกลางเมือง
สำหรับการคาดการณ์แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2562 นั้น นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ เชื่อว่า ในส่วนของอุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 น่าจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกับตัวเลขเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมาที่ประมาณ  53,000 หน่วย ในขณะที่ความต้องการยังคงอยู่ในช่วงระหว่าง 50,000-55,000 หน่วย จากตัวเลขประมาณการดังกล่าว อัตราการขายรวมและห้องเหลือในตลาดก็น่าจะอยู่ในปริมาณใกล้เคียงกับตัวเลขปีนี้ สำหรับรูปแบบของการพัฒนาสินค้าก็จะปรับให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายย่อยมากขึ้น เช่นคอนโดสำหรับคนรักการออกกำลังกาย สำหรับผู้สูงอายุ หรือ คนรักสัตว์ เป็นต้น นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมเช่าสิทธิระยะยาวในทำเลที่ดีก็จะมีออกมาในตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงโครงการ mixed used ที่ผสมผสานคอนโดมิเนียมเข้ากับพื้นที่เชิงพาณิชย์ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์คนรุนใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายก็จะเปิดตัวมากขึ้นเช่นกัน