価格上昇率下に添付したのはプラスプロパティの調査レポートですが、バンコクで販売価格が20万バーツ/㎡以上のいわゆるラグジュアリーコンドミニアムが過去5年間でどれだけ値上りしたかを調べたところ、平均で3割アップしているそうです。

現在の経済不況により、中級と廉価なコンドミニアムプロジェクトの売れ行きが悪化する中、このラグジュアリーやスーパーラグジュアリークラスはタイ人富裕層や外国人に受け入れられていて、築浅物件やほぼ竣工が近づいているラグジュアリープロジェクトほど人気が高く、この表にもあるように将来ヴィンテージコンドになるような特別の魅力を持つプロジェクトの値上りは特に速いようです。

すなわち、ラグジュアリークラスの場合、ロケーションがよく、デザインやグレードも高いプロジェクトほど間違いがないということであり、一般の我々が買うように価格が割安かどうか比較検討することより、たとえ割高でも二度と出ないようなロケーションで、デザインやクオリティも
他と比べて特別優れたものこそプレミアムがつくし、値上がりもするということです。

ところで、5年で平均3割、優れた物件で4割から7割の値上りというのは、バブルを危惧するほど極端でもないと思うし、また、他とは違う差別化ができているプロジェクトを選ぶことが、今、バンコクでラグジュアリークラスを買う場合のコツだろうと私も思います。

ただ、この流れがいつまで続くかというと、最近、ちょっと疑問に思い始めています。実際、2015年と2016年には相当数のラグジュアリーコンドが売り出されましたが、
2016年に入ると同じラグジュアリークラスでも売れ行きが悪いものも結構出てきているというのが現状で、下手をするとこのセグメントは今後低迷期に入るかもしれません。

つまり、ラグジュアリークラス以上であっても勝ち組と負け組が出てきている中、いつまでもこのラグジュアリーブームが続かない可能性があるのではないか、最近はそろそろ流れが変わる時期に来ているのではないか、というような気がするのです。

次回に続く

ถ้าคุณรู้สึกสนุกช่วยกดนี้นะครับ

にほんブログ村 海外生活ブログ バンコク情報へ

にほんブログ村  


นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า จากการสำรวจข้อมูลของฝ่ายวิจัยของ พลัสฯ พบว่าปัจจุบันโครงการคอนโดมิเนียม Luxury (ราคาขายตั้งแต่ 200,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาที่ยังคงมีอุปทานที่ยังคงขายอยู่ในตลาดจำนวน 22 โครงการ ส่วนใหญ่พบในโซนศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ได้แก่ โซนสุขุมวิทชั้นใน 11 โครงการ (50%) โซนเพลินจิต-ชิดลม 4 โครงการ (18%) และโซนสีลม - สาทร 6 โครงการ (27%) และโซนริมแม่น้ำ อีก 1 โครงการ (4%) ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการหันมาพัฒนาโครงการประเภท Luxury นี้ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันโครงการระดับกลางและระดับล่างได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว สวนทางกับโครงการระดับบนที่เติบโตได้ดีสามารถดูดซับได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับทำเลของโครงการส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่ศักยภาพใจกลางเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีการบริหารจัดการและดูแลรักษาที่ดี อีกทั้งยังอยู่ใกล้เคียงกับแลนด์มาร์กสำคัญๆ ในกรุงเทพ จึงทำให้อุปทานใหม่เติบโตขึ้นมาก 

จากการวิเคราะห์ข้อมูล 5 ปีย้อนหลัง พบว่าราคาของโครงการประเภท Luxury มีราคาขายในปัจจุบันขยับขึ้นโดยเฉลี่ยถึง 30% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการจากผู้พัฒนารายใหญ่ ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาตลาดระดับบน นอกจากนี้หากพิจารณาในส่วนของการปรับตัวของราคาในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สำหรับโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว หรือกำลังจะสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่เร็วๆ นี้ พบว่า มีโครงการที่มีราคาเปลี่ยนแปลงสูงสุด ได้แก่ เดอะ สุโขทัย เรซิเด้นท์เซส (เปลี่ยนแปลง 75%), โนเบิล เพลินจิต (67%), เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก (61%), เดอะ เทอร์ทีไนน์ (45%), 185 ราชดำริ (40%), มาร์ค สุขุมวิท (40%) 

“สิ่งหนึ่งที่ทำให้ตลาดคอนโดมิเนียม Luxury ได้รับการตอบรับที่ดี เพราะมีความพิเศษเฉพาะตัว ทั้งดีไซน์ที่มีความหรูหราและเป็นสากล ใช้วัสดุอุปกรณ์ระดับพรีเมี่ยม เฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์และนำเข้าจากต่างประเทศ และมีการรับประกัน รวมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการมากกว่าโครงการทั่วไป พร้อมฟังก์ชั่นพิเศษ เช่น สระว่ายน้ำ จากุชชี่ ฟิตเนสวิว 360 องศา ลานจอดรถอัตโนมัติ สกายเลาจ์ ห้องชมภาพยนตร์ โซนสัตว์เลี้ยง สนามเด็กเล่น บริการรถลีมูซีน และบางโครงการยังมีพื้นที่จอดรถที่สามารถรองรับได้เกิน 100% มีสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้าเพื่อนำไปใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง หรือการดึงความร้อนจากคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศไปยังระบบทำน้ำอุ่น เป็นต้น ซึ่งเป็นนวัตกรรมใส่ใจสิ่งแวดล้อมและช่วยประหยัดพลังงาน พร้อมเอาใจใส่ในการให้บริการ ซึ่งโครงการประเภท Luxury ในอนาคตจะต้องให้ความใส่ใจในสิ่งเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น โดยอุปสงค์ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่มาจับจองไว้เพื่อการอยู่อาศัย และเล็งถึงโอกาสของมูลค่าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต จากข้อมูลข้างต้นพบว่าภายใน 5 ปี ราคาขายเพิ่มขึ้นถึง 30%” นายอนุกูล กล่าวสรุป